ใบหมี่ (Cocculus hirsutus หรือ Cocculus laurifolius)

ใบหมี่ (Cocculus hirsutus หรือ Cocculus laurifolius) มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หมูเหม็น (แพร่), ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี (อุดรธานี, ลำปาง), ตังสีไพร (พิษณุโลก), อีเหม็น (กาญจนบุรี, ราชบุรี), หมูทะลวง (จันทบุรี), มะเน้อ ยุบเหยา (ภาคเหนือ, ชลบุรี), ทังบวน (ปัตตานี), มัน (ตรัง), มะเย้ย ไม้หมี่ (คนเมือง), ไม้ต๊องช้าง (ไทยใหญ่), ลำหญุบหญอ (ลั้วะ), มือเบาะ (มลายู-ยะลา), ส่ปึยขู้ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), หมีเหม็น เป็นต้น จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบ มีความสูงได้ประมาณ 5-15 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกลมทึบ เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาล ลำต้นแก่แตกเป็นร่องตื้น ๆ ตามยาว ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนละเอียด ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และตามป่าดงดิบ

จัใบหมี่ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cocculus hirsutus หรือ Cocculus laurifolius)

สารสำคัญใบหมี่ (Cocculus hirsutus )

  1. Saponins:
    • มีฤทธิ์ทำความสะอาดและฟองดี
    • ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
  2. Flavonoids:
    • มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
    • ช่วยป้องกันการอักเสบและเสริมสร้างสุขภาพผิว
  3. Alkaloids:
    • มีฤทธิ์ทางยาที่ช่วยในการรักษาโรคบางชนิด
สารสำคัญใบหมี่ (Cocculus hirsutus )

สรรพคุณจาก (Cocculus hirsutus )

บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ:

  • ใบหมี่มีสรรพคุณในการบำรุงเส้นผม ช่วยทำให้เส้นผมนุ่มลื่นและเงางาม
  • ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมและเสริมสร้างความแข็งแรงของรากผม

ต้านการอักเสบ:

  • สาร flavonoids ในใบหมี่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวหนัง
  • รักษาโรคผิวหนัง:
  • ใบหมี่มีการใช้ในการรักษาโรคผิวหนังบางชนิด เช่น ผื่นคัน และแผลพุพอง

การใช้ประโยชน์จาก (Cocculus hirsutus )

การใช้ประโยชน์จากใบหมี่

  1. แชมพูใบหมี่:
    • นำใบหมี่สดมาบดหรือปั่นให้ละเอียด
    • ผสมน้ำสะอาดและใช้เป็นแชมพูเพื่อบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
  2. น้ำมันใบหมี่:
    • สกัดน้ำมันจากใบหมี่แล้วใช้ทาบนหนังศีรษะและเส้นผม
    • ช่วยบำรุงเส้นผมและลดการหลุดร่วง
  3. ยาพอกใบหมี่:
    • นำใบหมี่บดละเอียดผสมน้ำเล็กน้อย ใช้พอกบริเวณที่มีอาการอักเสบหรือผื่นคัน
    • ช่วยบรรเทาอาการอักเสบและรักษาโรคผิวหนัง
การใช้ประโยชน์จากใบหมี่