การเก็บรักษายาสมุนไพร เป็นหนึ่งปัญหาของการเก็บรักษา การเก็บรักษาโดยกรรมวิธีจากการแปรสภาพเป็นยา โดยการตากแห้ง การทำเป็นลูกกลอน หรือการบด การอบ ที่เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อรา และหนอน เป็นอย่างมาก ต้องเก็บสมุนไพรในที่แห้ง และไม่อับชื้น จะได้คงความสภาพของยาไว้ได้นาน มักจะมีปัญหาในการเก็บยาสมุนไพร หากเก็บรักษาไม่ได้คุณภาพ ก็จะเกิดสีและกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงไป และจะทำให้ยาเสื่อมคุณภาพ ไม่ออกฤทธิ์ อย่างเต็มที่ เนื่องจากตัวยาได้หมดคุณภาพไปแล้ว

การเก็บเวลา
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บสมุนไพรขึ้นอยู่กับชนิดของสมุนไพรและสภาวะทางสิ่งแวดล้อมที่อาจแตกต่างกันไป แต่มีกฎพื้นฐานที่สามารถเลือกใช้ได้เพื่อให้ได้ยาสมุนไพรที่มีคุณภาพดีที่สุด นี่คือกฎแนะนำทั่วไป:
- ใบสมุนไพร: มักจะเก็บใบสมุนไพรในช่วงที่พืชเติบโตและมีสารอาหารสูงสุด เช่น ในช่วงเช้าหรือเย็นในวันที่มีอากาศแห้ง
- ดอกและเมล็ด: เก็บในขณะที่ดอกหรือเมล็ดเริ่มแก่และเพิ่มขนาดของพืช ส่วนใหญ่จะเก็บในช่วงเช้าหรือบ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงการร้อนจัดและลดความชื้น
- ราก: ส่วนมากจะเก็บในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่พืชยังไม่ขึ้นหรือลงเมืองให้คงเส้นน้ำตาลต่ำ
การเก็บส่วนที่ใช้
การเก็บส่วนที่ใช้ของสมุนไพรเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีและประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืชได้อย่างเต็มที่ นี่คือบางข้อแนะนำในการเก็บส่วนที่ใช้ของสมุนไพร:
- ใบและก้านใบ: ส่วนใหญ่จะเก็บในช่วงที่พืชยังสดและไม่เหี่ยว เช่นในช่วงเช้าหรือเย็นในวันที่อากาศไม่ร้อนจัด
- ดอก: เก็บในช่วงที่ดอกยังไม่เหี่ยวและยังคงมีสีสดใส
- ผลผลิต: เก็บในช่วงที่เป็นมิตรกับพืช เช่นในช่วงที่ผลผลิตของพืชเริ่มเจริญเติบโต
- รากและท่อนล่างของพืช: เก็บในช่วงที่พืชยังไม่ขึ้นหรือลงเมืองให้คงเส้นน้ำตาลต่ำ

การตัดแต่ง
การตัดแต่งสมุนไพรเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมสำหรับการเก็บรักษา เพื่อให้ได้สมุนไพรที่มีคุณภาพดีที่สุด นี่คือขั้นตอนหลักในการตัดแต่ง:
- ตัดแต่งส่วนที่ใช้: ตัดแต่งเพียงส่วนที่จะนำไปใช้ เช่น ใบ ดอก ผล หรือราก โดยเลือกส่วนที่ดูสมบูรณ์แข็งแรงและไม่เสื่อมสภาพ
- ตัดแต่งส่วนที่เสื่อมสภาพ: ถ้าพบส่วนที่เป็นเนื้อแห้งหรือเสื่อมสภาพ ควรตัดออกเพื่อลดการสกปรกและเชื้อโรคที่อาจทำให้สมุนไพรเสื่อมคุณภาพ